Call Center

02-552-8777

คำอธิบายผลการตรวจสุขภาพ

การตรวจสุขภาพ ประกอบไปด้วยการตรวจร่างกายและการตรวจเพิ่มเติม ด้วยเครื่องมือ เช่น การตรวจเลือด การตรวจปัสสาวะ การตรวจทางรังสี การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งการแปลผลการตรวจร่างกายนั้นต้องใช้ผลการตรวจทุกอย่างข้างต้นประกอบด้วย ในบางครั้งสภาวะของร่างกายในบางช่วงก็อาจทำให้ผลการตรวจดังกล่าวผิดปกติได้ เช่น สตรีใกล้จะมีประจำเดือนก็อาจตรวจพบเลือดปนในปัสสาวะได้บ้าง เป็นต้น ซึ่งแพทย์ก็จะให้ความเห็นว่าปกติ หรือผิดปกติอย่างไรก็ดี เพื่อให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับการตรวจต่างๆ จึงขออธิบายแต่เพียงคร่าวๆ ดังนี้

1.การตรวจความสมบูรณ์ของเลือด (Complete Blood Count)

เป็นการตรวจดูภาวะซีด การอักเสบติดเชื้อในร่างกาย ภาวะโรคเลือดทางพันธุกรรม ค่าในการตรวจความสมบูรณ์ของเลือดที่ใช้ คือ

  • Hemoglobin (Hb) หมายถึง ปริมาณของเม็ดเลือดแดง
  • Hematocrit (Hat) หมายถึง อัตราส่วนของเม็ดเลือดแดงต่อปริมาณน้ำเลือด ซึ่งค่า Hb,Hct ใช้ประกอบในการดูว่ามีภาวะซีดหรือไม่
  • WBC หมายถึง ปริมาณเม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นตัวทำหน้าที่ในการดักจับสิ่งแปลกปลอม หรือเชื้อโรค ซึ่งจะร่วมกันทำหน้าที่ดักจับสิ่งแปลกปลอมแต่ละประเภท
  • Neutrophils คือ เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง ถ้าพบมีค่าสูงผิดปกติ แสดงว่า อาจมีการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • Lymphocytes คือ เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง ถ้าพบว่า ค่าสูงผิดปกติ แสดงว่า อาจมีการติดเชื้อไวรัส
  • Eosinophil คือ เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง ถ้าพบมีค่าสูงผิดปกติ แสดงว่า อาจมีการติดเชื้อพยาธิ หรือภาวะภูมิแพ้ ส่วนชนิดอื่นๆ เช่น Band Monocytes นั้นมีส่วนร่วมในการทำหน้าที่ป้องกันการติดเชื้อด้วย
  • Platelets ปริมาณเกล็ดเลือดซึ่งมีหน้าที่ในการหยุดของเลือด
  • RBC Morphology ลักษณะของเม็ดเลือดแดงถ้าปกติจะใส่ค่า ปกติ ลงไปในช่องลักษณะเม็ดเลือด นอกจากพบว่ามีลักษณะเม็ดเลือดมีลักษณะผิดปกติก็จะใส่ค่าได้หลายประเภท เช่น Anisocytosis Poikilocyte Ovalocyte โดยถ้าลักษณะเม็ดเลือดแดงผิดปกติมากก็อาจมีการตรวจค้นว่ามีภาวะโรคเลือดทางพันธุกรรมหรือไม่ แต่ถ้ามีเล็กน้อย เช่น 1+ ก็ถือว่าปกติ

2.การตรวจปัสสาวะ (Urinalysis)

เพื่อดูการอักเสบติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะในเบื้องต้น ดังนั้นจึงต้องดูอาการอื่นประกอบด้วย เช่น อาการปัสสาวะแสบขัด ปวดบั้นเอวหรือทุบบริเวณบั้นเอวแล้วเจ็บ มีไข้ เป็นต้น ค่าที่ใช้แสดงผลการตรวจ คือ

 

Sp.gr หมายถึง ค่าความถ่วงจำเพาะของปัสสาวะ ใช้ในการวินิจฉัยภาวะน้ำเกิน น้ำขาดในร่างกายโดยปกติ

 

pH หมายถึง ค่าความเป็นกรด/ด่าง ของปัสสาวะ

 

Albumin หมายถึง โปรตีนซึ่งในบางช่วงของร่างกาย เช่น สตรีช่วงที่ก่อน หรือกำลังมีประจำเดือนหรือเพิ่งหมดประจำเดือนอาจพบได้บ้าง ถ้าพบมากอาจเนื่องมาจากมีการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะเข้มข้น จะพบได้แต่ในปริมาณน้อยหรือภาวะไตอักเสบ ไตวาย ควรดูอาการอื่นร่วมด้วย เช่น บวม ไข้ ปัสสาวะแสบขัด และความดันโลหิต ดูการทำงานของไตเพิ่มเติม

 

Blood หมายถึง ถ้าให้ผลบวก หมายถึงเป็นเม็ดเลือดปนได้จากหลายสาเหตุ เช่น ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ มีประจำเดือน ซึ่งหากจะบอกว่าผิดปกติหรือไม่ต้องดูค่าของ RBC เป็นส่วนประกอบ

 

Ketone หมายถึง สารคีโตนถ้าพบมากกว่าปกติก็อาจเนื่องจากการสร้างสารคีโตนในร่างกายผิดปกติ แต่ต้องดูอาการอื่นร่วมด้วย และขับออกมาทางไตมากกว่าปกติ เช่น เบาหวาน อดอาหาร ทานอาหารไขมันมาก อาเจียน ท้องเสีย ไข้สูง เป็นต้น

 

Sugar หมายถึง น้ำตาลถ้าพบสูงกว่าปกติมาก เช่น 2+ ก็ต้องดูผลระดับน้ำตาลในเลือด (FBS) และอาการแสดงประกอบด้วย เช่น ปัสสาวะ หิวบ่อย รับประทานมากแต่ผอม รวมทั้งดูประวัติทางพันธุกรรม เช่น มีญาติพี่น้องเป็นเบาหวานหรือเปล่า

 

*** สำหรับการบอกผลการตรวจ Protein ketone blood sugar นั้นจะบอกปริมาณที่พบโดยเริ่มจาก Negative คือไม่พบเลย ถ้าพบบ้างก็จะเริ่มจาก Trace และถ้าพบมากขึ้นก็จะบอกผลเป็น 1+ 2+ 3+ ไปเรื่อยๆ ตามปริมาณที่มากขึ้น

 

RBC หมายถึง เม็ดเลือดแดงซึ่งค่าปกติควรจะไม่พบ แต่ในบางภาวะของร่างกาย เช่น สตรีใกล้หมดประจำเดือน หรือเพิ่งหมดประจำเดือน ก็อาจจะพบได้ สำหรับผู้ชายไม่ควรพบเลย หรือหากพบเพียงเล็กน้อยก็ถือว่าไม่ผิดปกติ ถ้าพบจำนวนมากอาจจะมีอาการอักเสบของทางเดินปัสสาวะ ซึ่งก็ต้องดูอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีไข้ ปวดบั้นเอว เป็นต้น

 

WBC หมายถึง เม็ดเลือดขาวในปัสสาวะ จะบอกถึงภาวะติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ควรดูอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีไข้ ปวดบั้นเอว ปัสสาวะแสบขัด ก็ควรตรวจค้นเพิ่มเติมและรับการรักษา

 

Bacteria หมายถึง แบคทีเรีย อาจพบได้เล็กน้อยจากการเก็บที่ไม่สะอาด แต่หากพบปริมาณของ WBC ก็พบมากด้วยก็น่าจะมีอาการอักเสบติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

 

*** ในการแปลผลการตรวจของความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดและปัสสาวะ จะดูค่าทีละตัวไม่ได้ หลักที่ใช้ในการแปลผลการตรวจ จะแปลผลการตรวจในภาพรวม (โดยแพทย์จะเป็นผู้อ่านผล)

3. การตรวจสารเคมีในเลือด

FBS หมายถึง ระดับน้ำตาลในเลือดซึ่งจะบอกถึงโรคเบาหวาน ในกรณีที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง

 

Cholesterol, Triglyceride, HEL-C หมายถึง ระดับไขมันในเลือดแต่ละประเภท ซึ่งมีผลต่อการแข็งตัวของหลอดเลือด อันส่งผลให้การส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะอวัยวะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต ได้แก่ สมอง หัวใจ เป็นไปได้ลำบาก นั่นหมายถึงอาจเกิดจากภาวะสมองขาดเลือด หัวใจขาดเลือด ซึ่งมีผลต่อชีวิตได้

 

BUN, Creatinine หมายถึง การตรวจการทำงานของไต โดยดูปริมาณของเสียในเลือด หากพบว่าสูงกว่าปกติแสดงว่ามีการคั่งของเสียจากการทำงานของไตผิดปกติ

 

SGOT, SGPT หมายถึง การตรวจการทำงานของตับ โดยดูการเอนไซม์ SGPT ถ้าสูงกว่าปกติ แสดงว่ามีภาวะตับอักเสบ แต่ถ้า SGOT สูงกว่าปกติอาจเกิดจากตับอักเสบจากสารพิษ ภาวะการดื่มเหล้า

 

Uric acid หมายถึง ระดับกรดยูริก ถ้าสูงอาจเนื่องจากโรคเก๊าท์, โรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะหรือก่อให้เกิดข้อกระดูกหรือเอ็นอักเสบได้ง่าย หรือจากยาบางชนิด เช่น ยารักษาวัณโรค ยาขับปัสสาวะ

 

HBsAb หมายถึง บุคคลนั้นมีภูมิต้านทานไวรัสตับอักเสบบี ซึ่งผลการตรวจจะแปลได้ดังนี้

 

Positive หมายถึง บุคคลนั้นมีภูมิต้านทานเกิดขึ้นในร่างกายแล้ว โดยไม่ต้องฉีดวัคซีนป้องกัน

 

Negative หมายถึง บุคคลนั้นไม่มีภูมิต้านทาน และจำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบี

4. การเอกซเรย์ทรวงอก

เป็นการตรวจเพื่อดูสภาพปอดและหัวใจ โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่หรือได้รับสารพิษ ติดเชื้อ อาจทำให้ปอดผิดปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุจากวัณโรค โรคถุงลมโป่งพอง ตรวจสภาพขนาดภายนอกของหัวใจว่าผิดปกติ หรือไม่

5. การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยโรคและภาวะผิดปกติของหัวใจ เช่น การเต้นของหัวใจผิดจังหวะ ภาวะหัวใจหยุดเต้นชั่วขณะ ขนาดและผนังหัวใจที่ผิดปกติ หรือ มีหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตาย หรือไม่ เป็นต้น

ติดต่อสอบถามได้ที่ แผนกตรวจสุขภาพ

โทร. 02 552 8777 ต่อ 2213 , 2214

ข่าวอื่นๆ

คำแนะนำหลังการถอนฟัน ดูแลตัวเองอย่างไรให้แผลหายเร็ว ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน

ทำไมการดูแลหลังถอนฟันจึงสำคัญ?
หลังถอนฟัน จะเกิดลิ่มเลือดบริเวณเบ้าฟัน ซึ่งมีหน้าที่ช่วยหยุดเลือดและเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ หากลิ่มเลือดหลุดก่อนเวลา อาจทำให้แผลหายช้าหรือเกิดอาการปวดได้